ของขวัญ for ใบไม้
posted on 23 Oct 2009 20:15 by rrasche
ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณทุกคนที่อุตส่าห์สละเวลามาเม้นบล็อกเล็กๆ ของผมก่อนนะครับ
โจทย์เอนทรี่ที่แล้วสนุก(?) มาก แชร์ความคิดเรื่อง "ลม" ได้ดีทีเดียว
คำตอบไม่มีถูกมีผิด เพราะ "ลม" ของทุกคนอาจจะเหมือนหรือไม่เหมือนกัน
พูดแล้วก็อาจจะงงๆ นะครับ
เอาเป็นว่ากลับไปอ่านเอนทรี่ที่แล้วใหม่
แล้วก็ลองตอบดู
กลับเข้าเนื้อหาเอนทรี่
ปุจฉา : อะไรคือของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับเด็กบ้าหนังสืออย่างใบไม้
วิสัชนา : ........................(โปรดเติมคำตอบตามชอบใจ ยังไงก็จะเฉลยในอีกสองบรรทัด)
หนังสือครับ!
ทว่ามีอะไรที่ดีกว่านั้นอีก
.
.
.
(อย่าตอบว่าหนังสือดีๆ สิครับ กำปั้นทุบดินเกิ๊นนนน
)
เฉลยครับ มันคือเครื่อง Kindle นั่นเอง
เอ... ท่านผู้อ่านอาจจะสงสัยว่าอะไรคือ Kindle เราไปดูตัวจริงกันเลยดีกว่าครับ แล้วค่อยอธิบาย
ผ่าง!
Kindle คือโคตรอุปกรณ์สำหรับอ่าน e-book นั่นเอง หนังสือ e-book พวกนี้สามารถซื้อได้จากเว็บ Amazon หมวดสินค้า Kindle Books ครับ
อะไรนะ นี่ผมลงผิดรูปซะได้ รูปกล่องนี่นาเอาใหม่ๆ

ซ้าย : ปกหุ้มตัว Kindleขวา :กล่องชั้นในของ Kindle (รีไซเคิลได้และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม)
อ๊ากกกกกก สวยเริ่ดถูกใจเนิร์ดมากกกกกกกกกก
ไปดูตัว Kindle หลังใส่ปกกันเลยดีกว่า

(สวยมากกกกกก)
ไปดูรูปอื่นๆ กันดีกว่าครับ


เอาล่ะครับ มาพูดถึงคุณสมบัติของเจ้า Kindle ก่อนจะไหลเอื่อยๆ ไปกับภาพดีกว่า
-จอใหญ่ 6 นิ้ว... อื้ม เล็กกว่าหนังสือจริงๆ แบบภาษาอังกฤษนิดหน่อยเนอะ
-บาง (ใช้คำนี้ดีกว่าหนา)1/3 นิ้ว ประมาณ 8 มิล...ใส่ปกหนังแล้วประมาณ 14 มิล หนังสือเล่มไหนในโลกบางกว่ามั่งเนี่ย 
-หนัก (เบา์?) ประมาณ 300 กรัม โอ้แม่เจ้า! หนังสือปกบางยังหนักกว่า
-คุณสมบัติอื่นๆ เช่นดาวน์โหลดหนังสือผ่านไวร์เลส 3G มีตัวอย่างหนังสือฟรีโหลดได้ที่เว็บอเมซอน ดิกฯ แถมในตัว (ไม่กลัวไม่รู้ศัพท์ละ) ระบบอ่านหนังสือให้ฟัง!!! (เข้าใจว่ายังรองรับแต่ภาษาอังกฤษ)
ว้าว... เลิศอลัง.......
ราคาล่ะ?
ไม่แพงเท่าไหร่ครับ รุ่นที่ผมเพิ่งได้มาแค่ 259$ เอง
(บอกแล้วว่าได้เป็นของขวัญ... ไม่งั้นไม่มีปัญญาซื้อแน่ๆ)
ข้อดี
-วิธีการใช้งานก็ไม่ยากครับ เสียบสาย USB ชาร์จไฟบ้าน โหลดหนังสือจากเครื่อง แล้วก็เปิดอ่านได้เลย
-ให้ความรู้สึกไม่ต่างจากอ่านด้วยกระดาษมากครับ!
-จอไม่ใช่ LCD ไม่รู้เรียกว่าอะไร ที่ทึบๆแสงหน่อยครับ ไม่กินไฟและไม่ทำลายสายตาด้วย ข้อเสียเล็กๆ ตรงนี้คือมันทำให้อ่านในที่มืดไม่ได้ครับ อ้อ เพราะจอไม่กินไฟ เราอาจให้เครื่องอยู่ใน Sleep Mode ได้ประมาณ 1 สัปดาห์ครับ
-เปิดดิกฯ ระหว่างอ่านไปด้วยได้ แค่เลื่อนเคอเซอร์ไปที่คำที่ต้องการจะเปิด กรอบเล็กๆ ข้างล่างก็เด้งขึ้นมาพร้อมความหมายโดยอัตโนมัติ ถ้าความหมายที่เด้งขึ้นมาไม่ใช่ที่ต้องการ ก็กดปุ่ม enter เพื่อดูความหมาอื่นๆ ในดิกได้ เสร็จแล้วก็กดปุ่ม back กลับมาอ่านต่อได้สบายๆ
-อ้อ! พิมพ์โน้ตลงไปในหนังสือได้ด้วยนะครับ ไม่ต้องเปิดดิกใหม่ทุกครั้งถ้ายังจำศัพท์ไม่ได้
-เสียดายว่าเครื่องไม่มีระบบ bookmark ให้ แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาอย่างใด เพราะเมื่อเรา "ออก" จากหนังสือ แล้วเข้าไปใหม่ ก็จะเริ่มที่หน้าเดิมครับ (จริงๆ ก็ไม่สะดวกเท่าใช้ที่คั่นหนังสือคั่นหนังสือจริงๆ อยู่ดี มันคั่นได้แค่หน้าล่าสุดที่เราอ่านถึงครับ)
-มีเว็บที่ไม่ใช่ Amazon แจกหนังสือฟรีด้วยครับ ไชโยโห่หิ้ว!
ข้อเสีย
-จริงๆ ตัวเครื่องออกมาเพื่อใช้ในอเมริกาและประเทศที่รองรับเท่านั้น แน่นอนว่าไทยไม่รองรับ... จึงสั่งหนังสือจากอเมซอนตรงๆ ไม่ได้ ต้องใช้วิธีซิกแซกเอาหน่อย (อยากได้ขอหลังไมค์นะครับ)
-ประการที่สองที่ใหญ่มาก.... หนังสือมาเป็นไฟล์แบบนี้ไม่เหมือนเป็นเจ้าของหนังสือเลยครับ เหมือนเราเป็นเจ้าของลมยังไงอย่างนั้น ถ้าแค่จะอ่านหนังสือก็ดีไป แต่ถ้าจะสะสม... หนังสือจริงชนะไปครับ
-ผมชอบกลิ่นกระดาษกับเสียงมือรูดสันหนังสือครับ...
สรุปคือ... ชอบอะ แต่ใจนึงก็ยังเลิฟหนังสือกระดาษมากกว่า
ขอไปลัลล้า~อ่านหนังสือที่เพิ่งโหลดมานะครับ
อ่้อ ระหว่าง Sleep Mode ของเครื่องนี้มีภาพนักเขียนหรือหนังสือสวยๆ ให้เราดูด้วย
ทิ้งไว้ 1 ภาพ~

(จอห์น มิลตัน กวีชาวอังกฤษผู้รจนา Paradise Lost ครับ)
สวัสดี
.
.
.
ใบไม้


#1 By ไส้ติ่ง on 2009-10-23 23:17