เรามิได้ถือกำเนิดจากธาตุห้า
posted on 24 Jun 2011 23:27 by rrasche.
.
.
ฮง แซ่โอ๊ว
วันที่ฉันกลายเป็นเงา
posted on 09 Dec 2010 18:08 by rrascheติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก
แกร๊ง แกร๊ง แกร๊ง
ยกกาแฟขึ้นจิบ
เหลือบมองดูนาฬิกา เข็มยาวชี้เลขสิบ รีบลุกขึ้นจัดเครื่องแต่งกาย ออกไปวิ่งไล่ตามรถเมล์ ชั่วเวลายาวนานแต่ไม่ไร้ประโยชน์นั้นหมดไปกับการอ่านเล็คเชอร์และสรุป เข็มยาววนมาที่เลขสิบอีกครั้ง อยู่หน้าห้อง 305 ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาส่อง เข็มวินาทีแตะเลขสิบเอ็ด ก็เดินเข้าไปในห้อง ปล่อยตัวเองออกมาจากความรู้ อาจารย์เตือนหมดเวลาแล้วกรีดร้อง กลับบ้าน ตั้งนาฬิกาปลุกใหม่ แล้วนอน
.
.
.
แกร๊งงง!
นาฬิกาปลุกดังสนั่นหวั่นไหว ฉันตื่น ใจนั้นขุ่นมัวไม่อยากจะไปสอบ ฉันพยายามจะลุกขึ้นแต่ก็ทำไมได้ สงสัยนักว่าเป็นเพราะอะไรกันนะ น่าจะดีกว่านะถ้าฉันจะลืมตาขึ้นมาก่อน อ๊ะ! ทำไม... ฉันเห็นตัวฉันยังนอนอยู่บนเตียงล่ะนี่ ฉันลองยื่นมือออกไป แล้วพบว่ามีกำแพงใสๆ กั้นระหว่างฉันกับกระจกอยู่
“นี่! ตื่นเดี๋ยวนี้ บอกให้ตื่น เดี๋ยวไปสอบไม่ทันพอดี" ฉันพยายามตะโกนปลุกตัวฉันที่นอนอยู่บนเตียง เสียงติ๊กๆ ของนาฬิการบกวนฉันอย่างบอกไม่ถูก "ตื่นสิ ตื่น!” หลังจากที่เห็นตัวฉันไม่ยอมลุกสักที ฉันก็ได้แต่ถอนหายใจแล้วนั่งมองสภาพรอบตัว ฉันเหมือน...ติดอยู่ในกรอบสีแดงๆ พยายามนึกว่ามีอะไรในห้องที่เป็นสีแดงๆ สักครู่ ก็นึกออกว่า...ฉันกำลังติดอยู่ในนาฬิกา!
ฉันพยายามร้องเรียกให้ตัวฉันไปอาบน้ำและเตรียมตัวไปสอบเสียที โธ่เว้ย! ตื่นเสียทีสิไอ้บ้า
ในที่สุดตัวฉันก็ยอมลุกไปอาบน้ำ... แต่ปัญหายังไม่หมดเท่านั้น ตัวฉันอาบน้ำนานเหลือเกิน ฉันพยายามกะเวลา น่าแปลกที่แม้จะอยู่ในนาฬิกาแต่ฉันก็ไม่เห็นเข็มนาฬิกา โอ๊ย! ทำไมอาบน้ำนานยังงี้นะ
กว่าตัวฉันจะออกมาแต่งตัว ...ฉันก็กะว่าประมาณสิบห้านาที... แถมตัวฉันยังไม่รู้จักรีบแต่งตัวอีก ฮัมเพลงอยู่ในลำคอตลอดเวลา เนิบนาบบรรจงจัดผมเผ้า แล้วค่อยออกจากบ้านไป
ตอนนี้ฉันกำลังถูกเขย่า... เพราะฉันเข้ามาติดอยู่ในนาฬิกาข้อมือแทนนาฬิกาแขวนที่บ้านน่ะสิ
ฉันอยากจะบ้าให้ตายไปข้าง วันนี้วันสอบแท้ๆ ไอ้ตัวฉันนี่ทำมะไรอยู่เนี่ย ยืนฟังไอพอดรอรถเมล์สบายใจเฉิบอยู่ได้ ทำไมไม่หยิบโน้ตออกมาทวนรอบสุดท้าย โธ่! ตัวฉันไม่เข้าใจรึไงว่าเวลาทุกวินาทีมีคุณค่า ไม่ควรปล่อยให้เสียเปล่า
วันนี้ยังพอจะมีโชคดีอยู่บ้างล่ะมั้ง ที่อย่างน้อยรถเมล์ก็มาเร็ว ฉันคิดว่าถ้าตัวฉันไปถึงคณะเมื่อไหร่ ทุกคนคงจะไซโคให้เอาหนังสือขึ้นมาอ่านจนตัวฉันต้องหยิบขึ้นมาอ่านแน่ๆ เกรดฉันคงจะไม่เน่ามากล่ะมั้ง ถึงอย่างนั้นก็ตาม ฉันยังลอบถอนหายใจอย่างไม่สบอารมณ์เมื่อตัวฉันไปกระดิกเท้าฟังเพลงต่อบนรถเมล์
ใจฉันเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เมื่อตัวฉันเดินไปถึงหน้าห้องสอบ ตัวฉันยกนาฬิกาขึ้นมาดู สบตากับฉันแว้บนึง... เห็นว่าดวงตานั้นไม่เอาไหนอย่างที่ฉันไม่เชื่อว่าตัวเองเป็น ...แล้วก็ผิวปากอย่างสบายอารมณ์
ตัวฉันไม่เป็นดังฉันหวังเลย แทนที่ตัวฉันจะอ่านหนังสือ ตัวฉันกลับหยิบโน้ตขึ้นมามองด้วยสายตาเลื่อนลอยสลับกับสบตัวฉันในนาฬิกา เดาะลิ้นจึ๊กจั๊ก บางคราวก็เอาโน้ตอันทรงคุณค่าพัดคลายร้อนให้ตัวเอง หนักเข้าก็ถึงกับก้มตัวลงนอน
“ตั้งใจอ่านหนังสือสอบหน่อยสิ" ฉันพยายามกระซิบบอกตัวฉันอย่างไร้ความหวัง
ในที่สุดตัวฉันก็ยอมเข้าห้องสอบจนได้ แต่น่าเจ็บใจนัก เพราะเข้าไปแล้ว ตัวฉันก็คว่ำนาฬิกาทิ้งจนฉันไม่เห็นอะไรเลย แถมตัวฉันยังฮัมเพลงอยู่ชั่วระยะเวลาทำสอบสามชั่วโมงอีกต่างหาก
ฉันเห็นโลกและแสงสว่างอีกครั้งก็เมื่อสอบเสร็จสิ้นสามชั่วโมง
เวลาพักกลางวัน ...เอาอีกแล้ว แทนที่ตัวฉันจะยอมอ่านโน้ตดีๆ ก็มัวแต่ละเลียดข้าวกลางวัน ทำสีหน้าเป็นสุขอยู่ได้ "เวลานี้เป็นเวลาสอบ ไม่ใช่เวลามีความสุข" ฉันพร่ำกระซิบบอก
ฉันรำคาญตัวเองเหลือเกินแล้ว ราวกับจะปล่อยให้ความขี้เกียจเข้าครอบงำอยู่ได้ ตัวฉันไม่เข้าใจสิ่งที่ฉันต้องการหรือไงนะ ฉันต้องมุ่งไปสู่เป้าหมายที่เหนือกว่า เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ เป้าหมายของชีวิต และที่แน่ๆ ฉันต้องการเกียรตินิยม ความขี้เกียจทั้งหลายทั้งมวลเป็นอุปสรรคที่ขวางตัวฉันไปสู่เกียรตินิยม ฉันสู้อุตส่าห์ไม่ทำอะไรอื่นนอกจากเรียนมาร่วมเดือน จะให้มาจบตรงนี้ได้ยังไง ฉันสู้ฟังเสียงเลคเชอร์ที่อัดมาแทนฟังเพลง อ่านหนังสือเรียนกับโน้ตแทนนิยายกับการ์ตูน ท่องโค้ดช่วยจำตลอดเวลาแทนหายใจ ฉันไม่ควรมาจบตรงนี้
ฉันอยากจะทรุดลงไปแล้วร้องไห้ แต่สภาพฉันที่ติดอยู่ในนาฬิกาไม่เอื้อให้ทำเช่นนั้น ฉันจึงได้แต่ส่งสายตาอ้อนวอนไปที่ตัวฉัน...
ยังคงไม่มีการตอบรับจนตัวฉันสอบคาบบ่ายเสร็จ
ตัวฉัน... ยังคงทรยศฉันต่อไป แทนที่จะรีบกลับบ้านไปอ่านหนังสือสอบ กลับแวะไปร้านหนังสือ หยิบหนังสือรวมกลอนเน่าๆ ขึ้นมาอ่าน ฆ่าเวลางั้นหรือ ฆ่าเวลาบาปกว่าฆ่าคน! ฉันยอมรับไม่ได้ หมาแมวบนทรานสคริปต์นั้นเลวกว่าหมากัดขา แน่ๆ - แน่ๆ แล้ว... ปลาคงจะมาแหวกว่ายในใบเกรดฉัน
ดูตัวฉันสิ ทั้งๆ ที่จะเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้แล้ว ยังไม่ทำอะไรนอกจากอมยิ้ม
ฉันขอแค่นหัวเราะตรงนี้สักหน่อยเถอะ หัวเราะให้ชีวิตเน่าๆ ของฉัน ปลายทางด้านนั้นคงไม่ถึงเสียแล้ว เพราะฉันตกเป็นทาสของเวลา คุมเวลาไม่ได้ถึงวันหนึ่งเต็มๆ
พระอาทิตย์ตกดินแล้ว ประกายเข้าตาฉันผ่านกระจกและกรอบนาฬิกา ตอนนี้ตัวฉันกลับเข้ามาในห้อง ฟังเพลง พลางอ่านหนังสือเรียนเล็กน้อย ในที่สุดสินะ... ฉันทอดถอนใจ ยังไงกำขี้ก็ดีกว่ากำตด
เข็มยาวชนเข็มสั้น ตัวฉันเข้านอน ฉันเองก็ปิดตาลงเช่นกัน เหนื่อยอ่อนเกินกว่าจะคิดอะไร ในเมื่อสิ้นหวังขนาดนี้แล้ว ดิ้นรนไปก็เท่านั้น
.
.
.
แกร๊งงง!
ฉันติ่นขึ้น ดูนาฬิกาแขวนว่ายังไม่สายจะไปสอบ
แล้วผูกนาฬิกาข้อมือ

